<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://nbi.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://nbi.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/70332</link>
<guid isPermaLink="false">77cbe5812782b03e79711a218b0558b6</guid>
<pubDate>Sat, 16 Mar 2024 16:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>สถานะและที่ตั้ง</strong></p>

<p>วัดบัวขวัญ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑&nbsp;หมู่ ๙ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี มีที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ ๙ ไร่ ๒ งาน ๖๑ ตารางวา</p>

<p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></p>

<p>วัดบัวขวัญ สร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ จากคำบอกเล่าว่า สมัยรัชการที่ ๕ เป็นเพียงสำนักสงฆ์กลางท้องนา เมื่อมีพระสงฆ์จำพรรษาก็เริ่มพัฒนาเป็นวัด พระครูปรีชาเฉลิม หรือหลวงปู่แฉ่ง&nbsp; &nbsp; วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นผู้ริเริ่ม สร้างโดยมีผู้มีจิตศรัทธาหลายคนร่วมบริจาคที่ดิน ต่อมาหลวงพ่อฉ่ำมาเป็นเจ้าอาวาสและได้มรณภาพ วัดก็ว่างเว้นจากพระสงฆ์ ชาวบ้านจึงได้นิมนต์พระอธิการพยุง จิตฺตมโล จากวัดกำแพง มาเป็นเจ้าอาวาส และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ ต่อมา นายบัว ฉุนเฉียว ได้บริจาคที่ดินให้สร้างวัดเพิ่ม เรียกชื่อนามวัดว่า &quot;วัดบัวขวัญ&quot; เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ผู้บริจาคที่ดิน เจ้าอาวาสองค์ต่อ ๆ มา ได้พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๐๖ และได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑</p>

<p><strong>ที่มา : ประวัติพระอารามหลวง เล่ม ๑</strong></p>
<a href="https://jectcode.com/" rel="dofollow">SBOTOP</a> | แทงบอลเต็ง บอลสเต็ป จัดเต็มทุกคู่

]]></description>
<enclosure url='https://nbi.onab.go.th/th/file/get/file/20240316c6f057b86584942e415435ffb1fa93d4174223.jpg' type='image/jpg' length='120150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดเขมาภิรตาราม ราชวรวิหาร]]></title>
<link>https://nbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>สภาพฐานะและที่ตั้งวัด</strong></p>

<p>วัดเขมาภิรตาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๒๔ ตําบลสวนใหญ่ อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี</p>

<p><strong>อาณาเขต</strong></p>

<p>ทิศเหนือ ติดต่อเขื่อนหน้าวัด หลังโรงเรียนกลาโหมอุทิศ โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ถนนพิบูลสงคราม และโรงเรียนสตรีนนทบุรี</p>

<p>ทิศใต้ ติดต่อวัดพลับพลา และแม่น้ำเจ้าพระยา</p>

<p>ทิศตะวันออก ติดต่อถนนพิบูลสงคราม โรงเรียนสตรีนนทบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา</p>

<p>ทิศตะวันตก ติดต่อแม่น้ำเจ้าพระยา</p>

<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>

<p>วัดเขมาภิรตารามนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ เขมา&rdquo; ในสมัยรัชกาลที่ ๒ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระอัครมเหสีและเป็นพระราชมารดาของรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงปฏิสังขรณ์หล่อพระประธาน พระพุทธรูปทุกองค์จนสําเร็จ เมื่อรัชกาลที่ ๒ เสด็จขึ้นเสวยราชย์แล้ว จึงได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดเขมาเป็นการใหญ่ โปรดให้เพิ่มนามวัดเป็น &ldquo;วัดเขมาภิรตาราม ทรงสร้างพระมหาเจดีย์ ปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมเพิ่มเติมส่วนต่าง ๆ ภายในบริเวณวัดจนบริบูรณ์ มาถึงรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงปฏิสังขรณ์อีก โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมูลมนเทียร ในพระบรมมหาราชวังไปสร้างโรงเรียนของวัดนี้และยังใช้เป็นโรงเรียนอยู่จนทุกวันนี้</p>

<p>ถาวรวัตถุของวัด เป็นที่สักการะบูชาหลายอย่างด้วยกัน อาทิเช่น</p>

<p>พระอุโบสถ สร้างในรัชกาลที่ ๔ เพราะมีลวดลายเขียนและฝีมือช่างมีปะปนผสมกันอยู่ ๓ แบบ คือ รูปเทวดาต่าง ๆ เป็นแบบไทย รูปกระถางต้นไม้เป็นแบบจีน และช่อดอกไม้ที่ ประตูเป็นลวดลายเลียนแบบฝรั่ง ก่ออิฐถือปูน ภายในมีพระประธานปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒.๕๐ เมตร สูง ๔.๐๐ เมตร และยังมีพระพุทธรูปหล่ออัญเชิญมาจากวังจันทรเกษมกรุงเก่า ประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถอีกด้วย</p>

<p>พระมหาเจดีย์ใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๔ อยู่ด้านหลังพระอุโบสถ เลียนแบบพระเจดีย์ที่วัดศรีอโยธยา (วัดเดิม) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p>

<p>ศาลาการเปรียญ สร้างในรัชกาลที่ ๔ อยู่ทางด้านขวาของพระอุโบสถ</p>

<p>พระวิหาร เดิมเป็นพระอุโบสถเก่า ครั้นรัชกาลที่ ๔ ได้ก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น จึงปฏิสังขรณ์พระอุโบสถเก่าเป็นพระวิหารอยู่ทางด้านหลังของพระอุโบสถใหม่สืบจนถึงปัจจุบัน</p>

<p>นอกจากนี้ก็มี ตําหนักแดง พระที่นั่งมูลมนเทียร กุฏิ พระเจดีย์ เป็นต้น</p>

<p><strong><a name="_Hlk159588270">ที่มา </a>: ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๒</strong></p>
<a href="https://jectcode.com/" rel="dofollow">SBOTOP</a> | แทงบอลเว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์ โปร่งใส 100%]]></description>
<enclosure url='https://nbi.onab.go.th/th/file/get/file/20240219aa74450224ef5ddca9fd161d4253bc47213754.jpg' type='image/jpg' length='236637' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดชลประทานรังสฤษดิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๗๘ ถนนติวานนท์ หมู่ที่ ๑ ตําบลบางตลาด อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย</p>

<p>อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศใต้ติดต่อกับโรงเรียนชลประทานวิทยา ทิศตะวันออกติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนติวานนท์</p>

<p>ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้</p>

<p>อุโบสถ กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๔๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ กุฎีสงฆ์ จํานวน ๑๓๙ หลัง มีทั้งที่เป็นอาคารไม้ อาคารคอนกรีตชั้นเดียวและสองชั้น ศาลาการเปรียญ ศาลาบําเพ็ญกุศล ศาลารับแขก ฌาปนสถาน หอระฆัง โรงเรียนพุทธธรรม ศาลาอบรมกรรมฐาน</p>

<p>สําหรับปูชนียวัตถุ มีพระประธานในอุโบสถองค์ใหญ่ ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๒ เมตร ออกแบบและสร้างโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี พระพุทธรูปปางลีลา พร้อมกับพระอัครสาวก อยู่ที่โรงเรียนพุทธธรรมชั้น ๒</p>

<p>วัดชลประทานรังสฤษดิ์ สร้างขึ้นโดยการรวมเอาวัดโบสถ์และวัดเชิงท่าเข้าด้วยกัน และย้ายมาสร้างขึ้นใหม่ได้นามว่า &ldquo;วัดชลประทานรังสฤษดิ์&rdquo; โดยมีกรมชลประทานเป็นผู้ดําเนินการทั้งหมด เหตุผลที่ย้ายเนื่องจากกรมชลประทานมีที่ดินด้านตะวันตกติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา วัดโบสถ์และวัดเชิงท่าขวางอยู่ ทําให้ขยายสถานที่สร้างท่าเรือไม่สะดวก จึงได้แลกเปลี่ยนและย้ายวัดทั้งสองวัดมาสร้างขึ้นใหม่ทางทิศตะวันออกถนนติวานนท์ ที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน การย้ายวัดเริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๕๐๒ เสร็จเรียบร้อยแล้วได้ทําพิธีเปิดวัดมอบถวาย สังฆิกเสนาสนะ ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ในพิธีมีสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทย) วัดสระเกศ ขณะดํารงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายฆราวาส มีจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อ่านพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการย้ายวัด ประกาศแก่พระสงฆ์และประชาชนทั้งปวงทราบโดยทั่วกัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๐๔ อนึ่ง วัดโบสถ์และวัดเชิงท่าก่อนที่จะมาเป็นวัดชลประทานรังสฤษดิ์นั้น จะสร้างขึ้นเมื่อใดและใครเป็นผู้สร้างไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นมานานกว่า ๑๐๐ ปีขึ้นไป กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศรวมวัดทั้งสองเป็นวัดเดียวกันและให้ย้ายมาสร้างวัดใหม่ มีนามว่า &ldquo;วัดชลประทานรังสฤษดิ์&rdquo; เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓</p>

<p><strong>ที่มา : ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๒</strong></p>
<a href="https://jectcode.com/" rel="dofollow">SBOTOP</a> | พนันบอลพรีเมียร์ลีก ราคาดีเกินต้าน]]></description>
<enclosure url='https://nbi.onab.go.th/th/file/get/file/20240219b0788e5840ced72e1af13e2bbc27de75224446.jpg' type='image/jpg' length='117849' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร]]></title>
<link>https://nbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>สภาพฐานะและที่ตั้งวัด</strong></p>

<p>วัดปรมัยยิกาวาส เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๕๑ ตำบลเกาะเกร็ด อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี</p>

<p>อาณาเขตที่ตั้งวัด ทิศเหนือติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้ติดกับตําบลบางเกาะเกร็ด หมู่ที่ ๑ ทิศตะวันออกติดกับ ลําน้ำลัดเกร็ด ทิศตะวันตกติดกับตําบลบ้านเกาะเกร็ด หมู่ที่ ๗ บริเวณที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ ไม่ลุ่มไม่ดอนนัก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและลําน้ำลัดเกร็ด มองเด่นเห็นแต่ไกล</p>

<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>

<p>วัดปรมัยยิกาวาส เป็นวัดโบราณไม่ปรากฏว่าผู้ใดสร้าง เรียกกันว่า &ldquo;วัดปากอ่าว&rdquo; เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๗ ในสมัยพระคุณวงศ์ (สน) เป็นเจ้าอาวาสนั้น พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ได้ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ครั้ง พ.ศ. ๒๕๑๘ การก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้เสด็จพร้อมด้วยพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ ทรงถวายไตรบริขารและเครื่อง ฯ เสนาสนะแด่พระสงฆ์ และพระราชอุทิศถวายหมู่กุฏิเป็นสังฆิกาวาส แล้วโปรดให้เปลี่ยนนามวัดใหม่ว่า &ldquo;วัดปรมัยยิกาวาส&rdquo; ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๒๗ กําหนดเขตกว้าง ๑๕ วา ยาว ๒๒ วา</p>

<p>วัดปรมัยยิกาวาสหรือวัดปากอ่าวเดิม กล่าวกันว่า ชาวรามัญที่ได้อพยพมาสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๑๐ - ๒๓๒๕ ตั้งบ้านเรือนที่เกาะเกร็ดได้สร้างสุเมธาจารย์ (เก้า) เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ และพระรอบวิหารคด ๔๖ องค์ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้เสด็จพระราชดําเนินทรงทอดผ้าพระกฐิน ณ พระอารามรามัญ แขวงเมืองนนทบุรี ได้ทรงทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดปากอ่าว เป็นวัดที่ มีพระสงฆ์ ๙ รูป พระคุณวงศ์ (สน) พระราชาคณะฝ่ายรามัญเป็นประธาน พระองค์ได้ทรงเห็นอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ปรักหักพังทรุดโทรมลงมาก ทรงมีพระราชดําริจะสถาปนาขึ้นใหม่ให้สวยงาม และได้ทรงอนุสรณ์ถึงพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ซึ่งได้อภิบาลพระองค์มาแต่ยังทรงพระเยาว์ ได้รับสั่งอยู่เนือง ๆ ว่า &ldquo;ถ้าทรงพระเจริญแล้ว ขอให้ช่วยให้ได้สร้างอารามสักอารามหนึ่ง เมื่อพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นภูมิฐานวัดปากอ่าวนี้เป็นที่งดงาม จึงทรงกําหนดพระราชหฤทัยจะปฏิสังขรณ์ ได้ทรงปฏิญาณต่อพระคุณวงศ์&nbsp; ผู้เป็นเจ้าอาวาสให้ทราบพระราชประสงค์ ในวันนั้น</p>

<p>ครั้นเสด็จขึ้นไปประทับ ณ พระราชวังบางปะอิน ได้ทรงนําพระราชดํารินั้นกราบทูลพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ &nbsp;&nbsp;กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ท่านก็ทรงปีติปราโมทด้วยที่จะได้บําเพ็ญกุศล ซึ่งได้ทรงตั้งพระหฤทัยไว้แต่เดิม จึงทรงรับจะปฏิสังขรณ์วัดปากอ่าว ประวัติของวัดนี้ ได้จารึกลงในศิลาไว้ที่หน้าพระอุโบสถ</p>

<p>ปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุและอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีดังนี้</p>

<p>พระบรมสารีริกธาตุเจดีย์ พระเจดีย์รามัญ ฐานกว้าง ๕ วา ๓ ศอก สูง ๖ วา ๒ ศอก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ โปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๑ ได้เสด็จพระราชดําเนินทรง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๗</p>

<p>พระเจดีย์ย่างกุ้ง ตั้งอยู่ที่แง่ลัดเกร็ด เป็นเจดีย์เก่าแก่ ฐานกว้าง ฐานกว้าง ๔ วา ๑ ศอก สูง ๔ วา</p>

<p>พระพุทธไสยาสน์ ขนาด ๕.๕๐ เมตร พระสุเมธาจารย์ (เถ้า) พระสุเมธาจารย์ (เถ้า) สร้างประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๕</p>

<p>พระพุทธรูปหินอ่อนขาว ๒ องค์ องค์ใหญ่หน้าตักกว้าง ๑ ศอก ๑๘ นิ้ว องค์เล็กหน้าตัก ๑ ศอก ๖ นิ้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ พระราชทานองค์ใหญ่ประดิษฐานหน้าพระวิหารด้านเหนือ องค์เล็กประดิษฐานในซุ้มมุขพระบรมสารีริกธาตุเจดีย์</p>

<p>พระนนทมุนินท์ พระศาสนโสภณ (อ่อน) เจ้าคณะมณฑลกรุงเทพสร้างไว้สําหรับเมืองนนทบุรี พระยาราชสงครามนํามาประดิษฐานไว้ด้านใต้ของพระวิหาร</p>

<p>พระพุทธรูปที่ระเบียงวิหารคด ๔๖ องค์</p>

<p>พระอุโบสถ มุขลด ๑ ชั้น มีระเบียงและกําแพงแก้วเขตสีมามีรั้วเหล็กกั้นโดยรอบ สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๒๑</p>

<p>พระวิหาร มุขหน้าหลังลด ๑ ชั้น มีวิหารคดโดยรอบ</p>

<p>ศาลาการเปรียญ ทรงแบบรามัญ</p>

<p>กุฎีสงฆ์ จํานวน ๖ หลัง เป็นตึกก่ออิฐถือปูน</p>

<p><strong>ที่มา : ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๒</strong></p>

<p><a href="https://jectcode.com/" rel="dofollow">SBOTOP</a> | เดิมพันฟุตบอลออนไลน์ เร็ว แรง ไม่มีสะดุด</p>
<a href="https://ufastar59.com/" rel="dofollow">UFASTAR ยูฟ่าสตาร์</a> | ดูผลบอลสด พร้อมสรุปสถิติการแข่งขัน]]></description>
<enclosure url='https://nbi.onab.go.th/th/file/get/file/20240219aa74450224ef5ddca9fd161d4253bc47223518.jpg' type='image/jpg' length='251926' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดเฉลิมพระเกียรติ วรวิหาร]]></title>
<link>https://nbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="font-family:THSarabunNew;">สภาพฐานะและที่ตั้งวัด</span></strong></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๘๖ หมู่ ๓ ตําบลบางสีเมือง อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อเขตคูวัดและที่ธรณีสงฆ์ ทิศใต้ติดต่อเขตคูวัดและที่ธรณีสงฆ์ ทิศตะวันออกติดต่อแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกติดต่อเขตคูวัดและที่ธรณีสงฆ์</span></p>

<p><strong><span style="font-family:THSarabunNew;">ความเป็นมา</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:THSarabunNew;">วัดเฉลิมพระเกียรติเดิมเป็นบริเวณป้อมเก่าริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาใต้ตลาดขวัญ เมืองนนทบุรี&nbsp;ครั้นรัชกาลที่ ๓ โปรดให้พระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) เป็นแม่กองสร้างวัดขึ้นในบริเวณนั้น&nbsp;</span><span style="font-family:THSarabunNew;">เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระอัยกา พระอัยกี และสมเด็จพระราชชนนีแห่งพระองค์ และทรงพระราชทานนามพระอารามแห่งนี้ว่า&nbsp;</span><span style="font-family:THSarabunNew;">วัดเฉลิมพระเกียรติ การสร้างวัดเฉลิมพระเกียรติในสมัยรัชกาลที่ ๓ ยังไม่แล้วเสร็จบริบูรณ์ รัชกาลที่ ๔&nbsp;จึงทรงสร้างต่อมาเป็นการทรงสนองพระเดชพระคุณในรัชกาลที่ ๓ โปรดให้พระยาทิพากรวงศ์&nbsp;</span><span style="font-family:THSarabunNew;">(ขํา บุนนาค) เป็นแม่กองการบูรณะจนสําเร็จทั้งพระอารามและได้มีการรณะปฏิสังขรณ์กันมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน ส่วนปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุ ของวัดนี้ พอจะกล่าวโดยสังเขปได้ดังนี้</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>พระอุโบสถ</strong> สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๔ เป็นศิลปะแบบไทยปนจีน ก่ออิฐถือปูน โดยสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองแดง ทั้งองค์&nbsp;</span><span style="font-family:THSarabunNew;">(แร่ทองแดงนี้นํามาจากอําเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา) หล่อเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๙ ในรัชกาลที่ ๔ ทรงถวายพระนามว่า &ldquo;พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา&rdquo; หน้าตักกว้าง ๕&nbsp;ศอก สูง ๘ ศอก ๑ คืบ ๔ นิ้ว</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>พระวิหารหลวง</strong> สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๔ ศิลปะแบบไทยปนจีน ก่ออิฐถือปูน โดยสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓&nbsp;เช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง</span><span style="font-family:THSarabunNew;"> ๓๐ นิ้ว สูง ๓๓ นิ้ว รัชกาลที่ ๔&nbsp;โปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปที่ทําด้วยศิลาองค์นี้มาประดิษฐานไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๑ พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้ายขวาเป็นศิลาสีมันปูนั่งพับเพียบ ๒ รูป บัดนี้เหลืออยู่องค์เดียวเท่านั้น และด้านหลังพระวิหารมีโพธิ์พันธุ์ พุทธคยา คือ พระศรีมหาโพธิ์ โดยในรัชกาลที่ ๔&nbsp;พระปรีชาเฉลิม (เกษ) เจ้าอาวาสองค์แรก ได้รับพระราชทานมาปลูกไว้</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>ศาลาการเปรียญ</strong> สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๔ ศิลปะแบบไทยปนจีน ก่ออิฐถือปูน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดง หน้าตักกว้าง ๓ ศอกเศษ สูง ๔ ศอกพร้อมด้วยพระอัครสาวก ๒ องค์ หล่อด้วยดีบุก นั่งพับเพียบ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๑</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>พระเจดีย์ใหญ่</strong> สร้างเสร็จประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๔ เป็นศิลปะแบบลังกา ก่ออิฐถือปูนรูปทรงกลม มีฐาน ๔&nbsp;เหลี่ยม ๒ ชั้น พระเจดีย์องค์นี้อยู่ทางด้านหลังในเขตแนวกําแพงแก้วเดียวกันกับพระอุโบสถ นอกจากนี้ก็มีกําแพงแก้ว กุฏิ ศาลาแดงเหนือ ใต้ เป็นต้น</span></p>

<p><strong><span style="font-family:THSarabunNew;">ที่มา : ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๒</span></strong></p>
<a href="https://jectcode.com/" rel="dofollow">SBOTOP</a> | แทงบอลสด ดูราคาบอลสดๆ อัปเดตวินาทีต่อวินาที]]></description>
<enclosure url='https://nbi.onab.go.th/th/file/get/file/20240219568628e0d993b1973adc718237da6e93222008.jpg' type='image/jpg' length='378025' />
</item>
</channel>
</rss>
